“แสงไฟบนต้นไม้ เรียงรายตลอดเส้นทางถนน ต้นสนที่สูงตระหง่าน ประดับด้วยแสงไฟพันรอบต้นอย่างสวยงาม เสียงเพลงแครอลถูกเปิดทั่วเมือง ลมหนาวพัดผ่าน บรรยากาศเมืองคึกคัก อบอวลไปด้วยมวลแห่งความสุข”
Nutvara Wongruangchaikul
นั่นคงจะเป็นสัญญาณ “วันคริสต์มาส” โดยวันที่ 25 ธันวาคมของทุกปีไม่ได้เป็นเพียงแค่วันที่ทุกคนจะได้เฉลิมฉลองเท่านั้น ในอีกมุมมองหนึ่งยังก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสำคัญกับเมืองอย่างน่าอัศจรรย์อีกด้วย !
เมื่อเริ่มเข้าเดือนธันวาคม ในช่วงนี้จะเกิดการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์เมือง ด้วยการตกแต่งแสงไฟบนต้นไม้ตลอดแนวถนน การประดับไฟ Light Installation ที่วิจิตรตระการตาและต้นคริสต์มาสขนาดใหญ่ใจกลางเมือง ทำให้เกิดทัศนียภาพที่เป็นที่จดจำและประสบการณ์ร่วมกับเทศกาล ่เป็นศูนย์กลางทางสังคมเช่น ตลาดคริสต์มาส ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้คนมาร่วมกิจกรรมและมีปฏิสัมพันธ์กันฯลฯ ในงานมีการรวบรวมร้านค้า ร้านอาหาร สินค้าเฉพาะเทศกาล และมีกิจกรรมร่วมกัน เช่น การรับประทานอาหารเย็น การเดินชมสินค้า การแต่งกายตามเทศกาล
เสียงเพลงคริสต์มาส เสียงดนตรี เป็นอีกสัญญาณที่สร้างการรับรู้ว่าช่วงเวลาสิ้นปีใกล้มาถึงแล้ว เช่นเพลง All I want for Christmas is you, Last Christmas, Santa Tell Me และ Underneath the Christmas Tree เป็นต้น โดยที่เพลงเหล่านี้จะถูกเปิดคลอไปทั่วเมือง ไม่ว่าจะเป็นในห้างสรรพสินค้า ตลาดคริสต์มาส ซึ่งสร้างบรรยากาศให้เกิดประสบการณ์รับรู้ร่วมกัน เปรียบเสมือน “เวทมนตร์” ที่ผสมผสานระหว่างแสงไฟ ดนตรี และปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้คน Shared Experience) ทำให้ผู้คนรู้สึกว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มสังคมขนาดใหญ่ จากการเปลี่ยนพื้นที่สาธารณะที่ถูกใช้งานน้อยในช่วงเวลาอื่น ให้กลับมามีชีวิตชีวา มีสีสัน และมีการใช้งานตลอด ทั้งกลางวันและกลางคืน ทำให้เกิดความรู้สึกว่าเมืองมีความปลอดภัยและมีความคึกคัก (Vibrancy)
Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.