ยมจินดา : เมืองเก่าบนระเบียงเศรษฐกิจใหม่

เมื่อกล่าวถึงจังหวัดระยอง จินตภาพที่ผุดขึ้นมาในหัวผู้เขียนแทบจะทันทีคือการเป็นที่ตั้งของกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ปรากฏเรียงรายเต็มทุกพื้นที่ของเมือง ภาพจำดังกล่าวนี้ถูกก่อร่างจากการรับรู้ผ่านสื่อกระแสหลักที่เน้นย้ำบทบาทของจังหวัดระยอง ในฐานะเมืองนิคมอุตสาหกรรมแห่งภาคตะวันออก หากแต่การได้มาเยือนและรู้จักกับเมืองเก่า ยมจินดา ซึ่งมีที่ตั้งในตำบลท่าประดู่ อำเภอเมืองระยอง ได้สร้างความประทับใจและลบภาพจำเดิมที่มีต่อจังหวัดระยองของผู้เขียนออกไปจนแทบจะหมดสิ้น  

ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 – 4 ชั่วโมง กับระยะทางประมาณ 150 กิโลเมตรจากกรุงเทพมหานคร ได้พาคณะทีมงานมาถึง ยมจินดา ย่านเมืองเก่าที่แวดล้อมไปด้วยตึก อาคาร บ้านเรือน ที่มีรูปทรงหลากหลายซึ่งตั้งตระหง่านท้าทายแสงแดดจ้าและพร้อมต้อนรับการมาเยือนของคนแปลกหน้าเฉกเช่นผู้เขียน  

จุดหมายแรกของทีมงานคือ ตึกกี่พ้ง อาคารสไตล์ตะวันตกรูปแบบชิโน – โปรตุกีส สร้างขึ้นเมื่อปี พ.. 2456 เป็นอาคาร 12 คูหา ด้านหน้าของอาคารติดกับถนนยมจินดา ส่วนด้านหลังติดกับถนนชุมพล ในอดีตเป็นร้านจำหน่ายสินค้านำเข้าจากจีน ข้าวของเครื่องใช้ และอุปกรณ์ต่อเรือที่หลากหลาย อันเนื่องจากแต่เดิมยมจินดาเคยเป็นแหล่งต่อเรือที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดระยอง  

ในปัจจุบันส่วนด้านท้ายของอาคารได้มีการอนุรักษ์และต่อยอดมาเป็นร้าน หลานเอกคอฟฟี่
เฮาส์
” คาเฟ่ที่ผสมผสานพื้นที่ขายสินค้างานคราท์ (Craft) แฮนด์เมด (Handmade) และมีพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะ ซึ่งเป็นเป้าหมายของทีมงานในการใช้เป็นพื้นที่สนทนากับ

คุณบุญอนันต์ หมัดเชี่ยว
 ผู้จัดทำโครงการขับเคลื่อนเมืองอย่างสร้างสรรค์ เมืองเก่าระยอง และเป็นที่ปรึกษาของชมรมอนุรักษ์และฟื้นฟูเมืองเก่าระยอง ที่ร่วมขับเคลื่อนมาเป็นเวลามากกว่า 15 ปี ให้พาไปทำความรู้จักกับยมจินดาแห่งนี้ พร้อมกับบอกแนวทางการทำงานที่ผ่านมา รวมถึงสะท้อนแง่มุมที่มีต่อการอนุรักษ์และส่งเสริมเมืองเก่าให้สามารถขับเคลื่อนไปพร้อมกับยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดระยองในฐานะเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) 
 

หมายเหตุ – เรียบเรียงจากการสัมภาษณ์ คุณบุญอนันต์ หมัดเชี่ยว ในวันที่ เดือนกันยายน พ.ศ. 2568 โดย ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านการออกแบบเพื่อสังคม (CU Social Design Lab) คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

ภาพตึกกี่พ้ง ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของหลานเอกคอฟฟี่เฮ้าส์ | ที่มาภาพ นนทิยา นามรักษณ์

แนะนำยมจินดา

“ยมจินดาเปรียบเสมือนห้องรับแขกของเมืองระยอง” คำเกริ่นเริ่มต้นบทสนทนาสั้น ๆ จากคุณบุญอนันต์ที่สะท้อนคุณค่าของเมืองเก่าในฐานะพื้นที่เพื่อการต้อนรับ สร้างความประทับใจ และแสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของเมืองระยองที่ไม่ได้มีจำกัดเพียงแค่ชายทะเล เกาะเสม็ด สุนทรภู่ และการเป็นเมืองอุตสาหกรรม พร้อมกันนั้นก็ถือเป็นคำกล่าวที่ช่วยลบจินตภาพของผู้เขียน ที่ขณะนี้ได้เปลี่ยนภาพจำที่มีต่อเมืองระยองไปจนหมดสิ้น จากนั้นคุณบุญอนันต์ได้กล่าวถึงที่มาและพัฒนาการของย่านยมจินดาโดยคร่าว 

ภาพ คุณบุญอนันต์ หมัดเชี่ยว ผู้จัดทำโครงการขับเคลื่อนเมืองอย่างสร้างสรรค์ เมืองเก่าระยอง และเป็นที่ปรึกษาของชมรมอนุรักษ์และฟื้นฟูเมืองเก่าระยอง | ที่มาภาพ นนทิยา นามรักษณ์

“ยมจินดา เป็นถนนสายแรกในใจกลางเมืองที่ทอดยาวขนานไปตามแม่น้ำระยอง ประกอบไปด้วยบ้านเรือน สถานีขนส่ง โรงแรม โรงละคร ธนาคาร และกลุ่มร้านค้าพาณิชย์ที่ตั้งเรียงรายไปตามเส้นถนน ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพค้าขาย อีกทั้งยังมีบ้านของเจ้าเมืองระยองโดยมี อิ่ม ยมจินดา เป็นผู้สร้าง (บุตรของเกตุยมจินดา เจ้าเมืองระยอง) รวมถึงมีบ้านเรือนของพ่อค้า คหบดี และเจ้าขุนมูลนายตั้งอยู่” 

“ที่เรียกว่าเป็นถนนสายแรก เพราะในอดีตมีการเน้นสัญจรผ่านเส้นทางน้ำเป็นหลัก แต่ด้วยความเจริญทางเศรษฐกิจได้ทำให้มีการขยายเส้นทางการค้ามาเป็นการตัดถนนเพิ่ม จึงเกิดเป็นถนน “ยมจินดา” (ตั้งชื่อตามนามสกุลของเจ้าเมืองระยอง) และมีพ่อค้า นักลงทุน เข้ามาปักหลักสร้างร้านค้าและบ้านเรือนเพิ่มขึ้น ทำให้ถนนยมจินดาคราคร่ำไปด้วยผู้คนและมีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง” 

การเป็นพื้นที่ศูนย์กลางทางการค้าและมีพัฒนาการทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ได้ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงภายในพื้นที่อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ด้วยเงื่อนไขของย่านที่ไม่สามารถเติบโตได้ท่วงทันการขยายตัวของเศรษฐกิจก็ได้ส่งผลให้มีการเคลื่อนย้ายออกของผู้คนด้วยเช่นเดียวกัน 

“ด้วยการเติบโตของเศรษฐกิจภายในย่านทำให้ต้องมีการขยายเมืองออกไปรอบนอกมากขึ้น เพื่อความสะดวกในการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกิจการที่เกี่ยวข้องกับการค้าและการขนส่ง พ่อค้าแม่ค้าก็ย้ายออกไปตามการขยายเมือง ทำให้เปลี่ยนจากย่านที่เป็นแหล่งสำคัญด้านการค้ากลายเป็นย่านที่หลงเหลือเพียงแค่คนอยู่อาศัย จนกลายเป็นย่านที่เงียบเชียบและคล้ายกับถูกทิ้งร้าง”

ย่าน (เกือบ) ทิ้งร้างสู่การเป็นพื้นที่ไข่แดงของเมืองระยอง

จากย่านที่อุดมไปด้วยกิจกรรมทางเศรษฐกิจและความหนาแน่นของผู้คน หลงเหลือเพียงย่านที่มีบรรยากาศเงียบเหงาพร้อมด้วยตึกอาคารเก่า ๆ ที่เป็นมรดกจากในอดีต หากแต่การเข้ามาของเทศบาลนครระยองและสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้นำมาสู่การเล็งเห็นยมจินดาในฐานะมรดกทางวัฒนธรรมของจังหวัดระยอง  

“เมื่อประมาณเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา สสส. กับเทศบาลนครระยองได้เข้ามาสำรวจพื้นที่และมองว่าย่านนี้เปรียบเหมือนไข่แดงของจังหวัดระยอง ซึ่งมีศักยภาพในการยกระดับทางเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงสามารถพัฒนาไปสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนได้ จึงมีการเข้ามาพูดคุยหารือกับชุมชนและเกิดการจัดตั้งชมรมอนุรักษ์และฟื้นฟูเมืองเก่าระยองขึ้น โดยทางชมรมมีการจัดทำโครงการเพื่อพัฒนาเมืองเก่าเรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้ โดยไม่ได้จำกัดเพียงย่านยมจินดาแต่พัฒนาครอบคลุมพื้นที่เมืองเก่าทั้ง 67 ไร่” 

ภาพบริเวณภายในยมจินดา มีการนำสายไฟฟ้าลงดินและทำถนนที่อำนวยความสะดวกต่อการสัญจร | ที่มาภาพ นนทิยา นามรักษณ์

คุณบุญอนันต์ได้เน้นย้ำให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของยมจินดาในฐานะ พื้นที่ไข่แดง ของเมืองระยอง ที่นอกจากจะมีศักยภาพทางเศรษฐกิจแล้ว ยังเป็นพื้นที่สำคัญที่มีการบันทึกเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และพลวัตทางเศรษฐกิจ อันสะท้อนให้เห็นผ่านร่องรอยของตึก อาคาร บ้านเรือน ตลอดจนวิถีชีวิตของผู้คนที่อาศัยภายในยมจินดา 

“ด้วยการเห็นตรงกันของหน่วยงานและชุมชนว่า ถนนยมจินดาเป็นเหมือนไข่แดงของจังหวัด จึงมีการยกให้พื้นที่ตรงนี้ให้เป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาและฟื้นฟูของทางจังหวัด และยังเป็นพื้นที่หลักในการทำวิจัยของภาคการศึกษาและหน่วยงานต่าง ๆ มีการนำไปเป็นต้นแบบหรือโมเดลสำคัญเพื่อขับเคลื่อนเมืองอื่น ๆ เนื่องจากมีศักยภาพทางกายภาพสูงมาก มีโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้ออำนวย มีลานจอดรถ มีการนำสายไฟลงดิน ทางเดินสามารถเดินได้สะดวก มีเส้นทางเมืองเก่าที่หลากหลายมิติและน่าสนใจ รวมถึงมีอาคารสำคัญของเมือง ตัวอย่างเช่น ร้านหลานเอกคอฟฟี่เฮ้าส์ ที่มีการปรับปรุงพัฒนาจนกลายเป็นแลนด์มาร์กของเมืองเก่าระยองได้”

ภาพตึกกี่พ้ง ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของร้านหลานเอกคอฟฟี่เฮ้าส์ | ที่มาภาพ นนทิยา นามรักษณ์

“มีบ้านบุญศิริ บ้านครูหมู (บ้านเจ้าเมือง ต้นตระกูลยมจินดา) ตึกเถ้าแก่เทียนที่ในอดีตเคยเป็นธนาคารนครหลวงไทยซึ่งเป็นธนาคารพาณิชย์แห่งแรกของระยอง บ้านสัตย์อุดมที่พัฒนาเป็นพิพิธภัณฑ์เมืองระยอง มีศาลเจ้าแม่ทับทิมที่ตอนนี้มีการเพ้นท์สีสันสวยงาม และมีร้านภาษาชา บ้านไม้ 2 ชั้นที่ติดกับศาลเจ้าแม่ทับทิม บ้านมาลีวณิชย์ ซึ่งเป็นบ้านไม้ทั้งหลังที่พื้นบ้านปูด้วยกระเบื้องนำเข้าจากอิตาลี นอกจากนั้นยังมีเรือนไม้และอาคารที่สร้างด้วยคอนกรีตสมัยใหม่ แสดงให้เห็นว่ามีการคละเคล้าไปทั้งเก่าและใหม่ ซึ่งได้กลายเป็นเสน่ห์สำคัญของเมืองเก่าระยอง”  

ภาพบ้านบุญศิริ | ที่มาภาพ นนทิยา นามรักษณ์
ภาพร้านภาษาชา | ที่มาภาพ นนทิยา นามรักษณ์
บ้านสัตย์อุดม ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์เมืองเก่าระยอง | ที่มาภาพ นนทิยา นามรักษณ์
ภาพศาลเจ้าแม่ทับทิม | ที่มาภาพ นนทิยา นามรักษณ์
ภาพบ้านมาลีวณิชย์ | ที่มาภาพ พรรณปพร วงวิราช

การเห็นความสำคัญต่อการมีอยู่ของสถาปัตยกรรมภายในย่านจนนำมาสู่การสร้างเครือข่ายความร่วมมือโดยหน่วยงานและชุมชนในพื้นที่ สะท้อนให้เห็นว่าชุมชนและหน่วยงานไม่ได้มองตึก อาคาร และบ้านเรือนเป็นเพียงแค่วัตถุรูปแบบคอนกรีตและไม้ที่ให้สุนทรียะทางศิลปะ หากแต่ยังมองเห็นคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่ห้อมล้อมวัตถุดังกล่าวภายในย่านที่ยังคงทำหน้าที่บอกเล่าเรื่องราวให้กับผู้ที่มาเยี่ยมเยือนอย่างแข็งขัน  

มุ่งสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ที่สามารถสร้างคน สร้างงาน สร้างรายได้

ขณะเดียวกัน นอกจากการมุ่งพัฒนาเมืองเก่าในเชิงภายภาพด้วยการปรับปรุงซ่อมแซมอาคาร ทำทางเดิน นำสายไฟฟ้าลงดิน และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านอื่น ๆ เพื่อการยกระดับให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยแล้ว คุณบุยังชี้ให้เห็นการส่งเสริมเมืองเก่าให้เป็นแหล่งเรียนรู้ควบคู่ไปกับการสร้างงานให้กับคนในท้องถิ่นเอง  

ภาพบ้านศรีประดิษฐ์ ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของ Converstation ที่ถูกปรับให้เป็นพื้นที่สร้างสรรค์เพื่อการเรียนรู้ | ที่มาภาพ นนทิยา นามรักษณ์

“ทุกวันนี้ทางชมรมฯ พยายามพัฒนาให้มีพื้นที่เรียนรู้ที่หลากหลายในเมืองเก่า อย่างร้านหลานเอกฯ เรามีการจัดสรรให้พื้นที่ชั้น 2 เป็นพื้นที่ในการจัดแสดงงานศิลปะ แกลเลอรี่รี่แบบหมุนเวียน แบ่งพื้นที่ในร้านให้วางขายงานแฮนด์เมดจากคนระยองเอง และได้รับความร่วมมือจากเทศบาลนครระยองในการทำสัญญากับเจ้าของบ้านสัตย์อุดม เพื่อเป้าหมายในการพัฒนาพิพิธภัณฑ์เมืองเก่าระยองให้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่คนสามารถเรียนรู้ได้จริง ซึ่งมองว่าตรงนี้เป็นพื้นที่ไข่แดงของไข่แดงที่สามารถพัฒนาให้น่าสนใจได้กว่านี้ และยังมีอาคารศรีประดิษฐ์ที่มี Co-learning space ชื่อบ้าน Converstation เป็นพื้นที่ให้เยาวชน คนรุ่นใหม่ และผู้คนที่ให้ความสนใจ ได้มีพื้นที่เพื่อการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่หลากหลายร่วมกัน” 

ภาพพิพิธภัณฑ์เมืองเก่าระยอง | ที่มาภาพ นนทิยา นามรักษณ์
ภาพ (ซ้าย) ชั้น 2 ของร้านหลานเอกฯ ใช้เป็นพื้นที่จัดกิจกรรมสร้างสรรค์และแกลเลอรี่หมุนเวียน และ ชั้น 1 ของร้านมีพื้นที่จัดวางเพื่อขายสินค้าแฮนด์เมดของคนในท้องถิ่น (ขวา) | ที่มาภาพ นนทิยา นามรักษณ์

คุณบุยังได้วาดเป้าหมายในอนาคตที่ต้องการพัฒนาเมืองเก่าแห่งนี้ให้สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการจ้างงานในพื้นที่ รวมถึงต้องการส่งเสียงไปยังหน่วยงานภาครัฐประจำท้องถิ่นในการร่วมพัฒนาพื้นที่เมืองเก่าให้สามารถเกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม 

“ต่อไปเรามีแผนจะพัฒนาลานวัฒนธรรม โดยใช้ลานจอดรถมาพัฒนาเป็นพื้นที่ขายงานคราฟท์และงานแฮนด์เมดของคนจังหวัดระยอง เพื่อให้ผู้ประกอบการได้มาขายสินค้าและโชว์ผลงานของตนเอง หรือเพิ่มเวิร์กชอป เพื่อเป็นการส่งเสริมกิจกรรมในพื้นที่ไปพร้อมกัน อีกทั้งยังมีแผนพัฒนาตลาดเทศบาลให้เป็นศูนย์รวมอาหารท้องถิ่นของเมืองระยอง พร้อมกับสร้างสภาพแวดล้อมรอบตลาดให้โดดเด่น มีการพัฒนาเรื่องสาธารณูปโภค ความสะอาดให้ถูกสุขอนามัย ซึ่งการทำตรงนี้จำเป็นต้องอาศัยงบประมาณจากหน่วยงาน”

หน่วยงานภาครัฐอย่างเทศบาลนครระยอง แม้จะมีการส่งเสริมผ่านการสนับสนุนงบประมาณในบางโครงการ หากแต่การสนับสนุนยังขาดความต่อเนื่องในระยะยาว อันเนื่องจากเหตุผลด้านการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างหน่วยงานทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับจังหวัด ซึ่งส่งผลต่อบทบาทในการส่งเสริมความโดดเด่นให้เกิดขึ้นในเมืองเก่าระยอง โดยคุณบุญอนันต์สะท้อนถึงปัญหาดังกล่าวนี้ว่า  

“อย่างบ้านมาลีวณิชย์ มีสถาปัตยกรรมที่สวยงาม มีลายช่องลมที่ละเอียด แต่ตัวบ้านเริ่มพังและจำเป็นต้องมีการซ่อมแซม ถ้าผู้นำท้องถิ่นและผู้นำจังหวัดให้ความสำคัญกับเมืองเก่าโดยตรง ควรออกมา  เป็นเทศบัญญัติเพื่อความสะดวกในการปรับปรุง ซ่อมแซม รื้อตัวบ้าน หรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ภายในตัวบ้าน” 

ภาพตลาดเทศบาล 1 เทศบาลนครระยอง | ที่มาภาพ พรรณปพร วงวิราช

“อยากให้เทศบาลฯ ให้การสนับสนุนในระยะยาว การพัฒนาเมืองเก่าแม้จะไม่ได้มองเรื่องเงินเป็นตัวตั้งแต่การขับเคลื่อนให้เกิดผล อย่างเป็นรูปธรรมมันจำเป็นต้องใช้เงิน ซึ่งมองว่าถ้าภาคการศึกษาและหน่วยงานมาร่วมช่วยเหลือ มาเล็งเห็นคุณค่าจนสามารถพัฒนาเมืองเก่าให้สามารถอยู่ด้วยตัวเองได้ ลูกหลานที่ไปทำงานที่อื่นก็จะได้กลับมา ซึ่งถ้าเราทำพื้นที่ตรงนี้ให้มันดี ลูกหลานก็ไม่จำเป็นต้องไปหางานทำที่อื่นเลย”  

การเคลื่อนย้ายของประชากรไปสู่เมืองโตเดี่ยว (Primate City) อย่างกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นเมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจและแหล่งงาน นับเป็นปัญหาสำคัญที่หลายจังหวัดในประเทศไทยกำลังเผชิญ เพราะไม่เพียงแต่เป็นการไหลบ่าออกไปของแรงงานที่สำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในท้องถิ่นเพียงเท่านั้น หากแต่ยังเป็นการทำให้ท้องถิ่นดังกล่าวขาดแคลนทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่าต่อการพัฒนางานสร้างสรรค์ ขับเคลื่อนสังคมและวัฒนธรรม ตลอดจนเป็นกำลังสำคัญในการส่งเสริมมิติด้านอื่น ๆ ในท้องถิ่นให้สามารถเติบโตได้อย่างมั่นคง 

เมืองเก่ากับอีอีซี

กระแสยุทธศาสตร์การพัฒนาในระดับชาติที่มีเป้าหมายในการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ จังหวัดของภาคตะวันออก ได้แก่ ระยอง ฉะเชิงเทรา และชลบุรี หรือรู้จักกันภายใต้ชื่อ “โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ อีอีซี (EEC – Eastern Economic Corridor)” โดยจังหวัดระยองได้ตั้งเป้าหมายการพัฒนาให้เป็นเมืองแห่งการเกษตร เทคโนโลยี อุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพ รวมถึงมีการวางแผนพัฒนารถไฟความเร็วสูงเชื่อม สนามบินเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยวภายในพื้นที่ 

จากกระแสการพัฒนาดังกล่าวนี้ คุณบุญอนันต์ได้ให้แง่มุมที่มีต่ออีอีซีไว้อย่างน่าสนใจ พร้อมกับมองว่าการขับเคลื่อนเมืองเก่าสามารถสร้างทิศทางร่วมไปกับการพัฒนาในระดับชาติดังกล่าวได้ 

“มองว่าศิลปวัฒนธรรมถือเป็นส่วนหนึ่งของอีอีซี และอีอีซีไม่ได้เน้นแค่เรื่องของอุตสาหกรรม ปัจจุบันยังมีหลายโครงการที่อยากทำในเมืองเก่าอย่างต่อเนื่อง และมองว่าการพัฒนาเมืองเก่าสามารถทำไปพร้อมกับอีอีซีได้ เพราะอีอีซีมีการเน้นการพัฒนาที่รวมไปถึงการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน การพัฒนาในเชิงชุมชน ที่ส่งเสริมให้คนมาเที่ยว เกิดการจับจ่ายใช้สอย ซึ่งในจังหวัดระยองก็มีพื้นที่หลากหลายที่สามารถสร้างการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนอะไรใหม่ ๆ ซึ่งประเด็นพวกนี้ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนอีอีซี ถ้าหากอีอีซีสุดโต่งในการผลักดันด้านใดด้านหนึ่งมากเกินไปก็ยากที่จะทำให้พื้นที่เกิดความยั่งยืน”  

“อยากให้การพัฒนาระยองเป็นไปในทิศทางที่ว่า คนมาระยองแล้วเกิดความรู้สึกว่าอยากทำงานที่นี่ อยากอยู่ที่นี่ และระยองสามารถเป็นเมืองที่สามารถรองรับได้ทั้งอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยวได้”  

ภาพคุณบุญอนันต์ หมัดเชี่ยว | ที่มาภาพ นนทิยา นามรักษณ์

คำกล่าวทิ้งท้ายของคุณบุแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่ผสมปนเปไปกับความหวังว่า การพัฒนาเศรษฐกิจในระดับชาติจะสามารถดำเนินไปพร้อมกับการเล็งเห็นคุณค่าของมรดกวัฒนธรรมในพื้นที่ ซึ่งแม้จะไม่ได้สร้างเม็ดเงินมหาศาล แต่ล้วนอุดมไปด้วยคุณค่าทางจิตวิญญาณที่ยากต่อการประเมินออกมาเป็นตัวเลข หรือสร้างเลียนแบบขึ้นใหม่ได้ 

เมืองเก่าบนระเบียงเศรษฐกิจใหม่

จากพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และเศรษฐกิจในเมืองเก่ายมจินดา สะท้อนให้เห็นอย่างสำคัญว่า การมีอยู่ของตึกอาคารไม่ใช่เพียงการมีอยู่ของคอนกรีตหรือไม้แข็งทื่อ หากแต่ยังเป็นวัตถุสำคัญในการบอกเล่าเรื่องราวในอดีต ที่สามารถขับเน้นอัตลักษณ์ของย่านให้มีความโดดเด่น มีเอกลักษณ์ สามารถดึงดูดผู้คนให้เข้ามาเยี่ยมชมทั้งความสวยงามและท่องเที่ยวในเชิงศิลปวัฒนธรรมไปพร้อมกัน  

นอกจากนี้ ที่สำคัญไม่แพ้คุณค่าทางสถาปัตยกรรมนั่นคือวิถีชีวิตของผู้คนที่อาศัยในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนอัตลักษณ์ของเมืองเก่าแห่งนี้ให้มีชีวิตชีวา รวมถึงเป็นการยืนยันว่าความเป็นเมืองมิใช่เพียงการมีอยู่ของตึกรามบ้านช่อง แต่ยังหมายรวมถึงผู้คนที่อาศัยภายในเมืองนั้น ๆ ที่จำเป็นต้องได้รับการหล่อเลี้ยงและส่งเสริมไม่แพ้กัน และเป็นที่ยืนยันอีกด้วยว่าการพัฒนาอีอีซี ไม่สามารถมองจำกัดเพียงผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่จำเป็นต้องมองให้ครบถ้วนไปถึงวัฒนธรรมและเหล่าผู้มีชีวิตซึ่งอาศัยภายในเมือง อันมีคุณค่าไม่แพ้ตัวเลขทางเศรษฐกิจที่ถูกตั้งเป้าหมายไว้ในหน้ากระดาษของแผนงาน  

อ้างอิง

  • ภาพประกอบนนทิยา นามรักษณ์ และเธียรชัย ทองเงิน 

  • สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก. (ม.ป.ป.). เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อกิจการพิเศษ. eeco
    https://shorturl.asia/T4cI2 

  • สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. (ม.ป.ป.). โครงการกำหนดขอบเขตพื้นที่เมืองเก่าระยอง. nced
    https://shorturl.asia/j40I3  

  • Wecitizens. (17 เมษายน 2023). เปิดลายแทงสำรวจบ้านเก่าถนนยมจินดา. wecitizensthailand:
    https://shorturl.asia/jgYLd
     

Writer & Photographer

Picture of Phanpaphorn Wongwirach

Phanpaphorn Wongwirach

เพื่อแม่แพ้บ่ได้
Picture of Thianchai Thongngern

Thianchai Thongngern

A Geography graduate with a profound interest in urban planning and development. Dedicated to applying spatial analysis and geographic principles to create sustainable, well-integrated city environments.

Picture of Nonthiya Namrak

Nonthiya Namrak

Junior graphic designer, urban researcher, tarot reader, and author (sometimes writing, sometimes throwing...?_?)—blending creativity to craft stories that resonate and explore life’s deeper layers through diverse mediums.

Share this:

Like this:

Like Loading…

Discover more from Urbanflip

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading