เราทำให้เมืองจม หรือเมืองจะจมเอง?

ย้อนรอยต้นตอวิกฤตกรุงเทพฯ ทรุด

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เรามักเห็นข่าวเกี่ยวกับถนนทรุดตัวในกรุงเทพฯ เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ถนนอุดมสุขทรุดตัวยาวกว่า 50 เมตรในปี 2565 เหตุการณ์รถบรรทุกตกหลุมบริเวณซอยสุขุมวิท 64/1 ในปี 2566 เหตุการณ์ถนนทรุดตัวบนถนนกาญจนาภิเษกในปี 2567 และล่าสุดเหตุการณ์ถนนหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาลทรุดตัวลึกกว่า 50 เมตร เมื่อปี 2568 ที่ผ่านมา 

หลายคนอาจมองว่าสาเหตุของถนนทรุดตัวเหล่านี้เกิดจากความผิดพลาดระหว่างการซ่อมแซมท่อประปา หรือการก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนใต้ดินเป็นหลัก แต่หากเราบอกว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดในการปฏิบัติงานใต้พื้นดินเพียงอย่างเดียว หากแต่ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ทั้งจากธรรมชาติและมนุษย์เข้ามาเกี่ยวข้องล่ะ? 

วันนี้ทีม UrbanFlip จะพาทุกคนไปค้นหาต้นตอที่แท้จริงของปัญหา ถนนทรุด” ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในกรุงเทพฯ กัน 

ทำความเข้าใจ “หลุมยุบ” คืออะไร และเกิดขึ้นได้อย่างไร

หลุมยุบ (sinkhole) เป็นธรณีพิบัติภัยรูปแบบหนึ่ง มีลักษณะเป็นแอ่งหรือรอยยุบตัวของพื้นดิน เกิดจากการสูญเสียมวลดินหรือชั้นหินด้านล่าง ทำให้ผิวดินด้านบนไม่สามารถรองรับน้ำหนักได้และทรุดตัวลง หลุมยุบมักไม่มีทางระบายน้ำตามธรรมชาติ เมื่อน้ำฝนตกลงมา น้ำจะไหลรวมและขังอยู่ในแอ่ง ก่อนจะค่อย ๆ ซึมลงสู่ชั้นดินและชั้นหินใต้ดิน ปรากฏการณ์นี้พบได้บ่อยในพื้นที่ที่เรียกว่า ภูมิประเทศแบบคาสต์ (karst terrain) ” ซึ่งใต้ผิวดินประกอบด้วยหินที่ละลายน้ำได้ เช่น หินปูน หินโดโลไมต์ หินยิปซัม หรือชั้นเกลือหิน 

กระบวนการเกิดหลุมยุบเริ่มจากน้ำฝนหรือน้ำใต้ดินที่มีความเป็นกรดอ่อน ๆ ไหลผ่านรอยแตก รอยแยก หรือแนวชั้นหิน ทำให้หินค่อย ๆ ถูกละลายและกัดเซาะจนเกิดโพรงหรือถ้ำใต้ดิน เมื่อเวลาผ่านไป ช่องว่างเหล่านี้จะขยายตัวมากขึ้น จนเพดานโพรงไม่สามารถรับน้ำหนักของดินหรือสิ่งปลูกสร้างด้านบนได้ ส่งผลให้พื้นดินยุบตัวลง บางกรณีการยุบตัวเกิดขึ้นอย่างช้า ๆ แทบไม่สังเกตเห็น แต่บางครั้งอาจเกิดขึ้นอย่างฉับพลันและรุนแรง สร้างความเสียหายต่ออาคาร ถนน และโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ 

โดยทั่วไป หลุมยุบสามารถจำแนกได้เป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่

  1. หลุมยุบจากกระบวนการละลาย (Dissolution Sinkhole) 
    เกิดจากน้ำฝนหรือน้ำใต้ดินที่มีความเป็นกรดอ่อน ๆ ไหลสัมผัสกับชั้นหินที่ละลายน้ำได้ เช่น หินปูนหรือหินโดโลไมต์ ทำให้หินค่อย ๆ ถูกละลายและกัดเซาะบริเวณผิวหน้า กระบวนการนี้เกิดขึ้นอย่างช้า ๆ ส่งผลให้พื้นดินค่อย ๆ ทรุดตัวเป็นแอ่งตื้น ขอบหลุมมักลาดเอียง และมักมีขนาดไม่ใหญ่มากในระยะแรก 
  2. หลุมยุบจากการทรุดตัว (Subsidence Sinkhole) 
    เกิดขึ้นเมื่อดินหรือตะกอนที่ปิดทับอยู่เหนือโพรงใต้ดินค่อย ๆ ไหลหรือยุบตัวลงไปตามช่องว่างหรือรอยแตกในชั้นหินด้านล่าง ทำให้ผิวดินด้านบนค่อย ๆ ลดระดับลง กระบวนการนี้ใช้เวลานานและมักไม่สังเกตเห็นได้ง่าย จนกระทั่งหลุมยุบมีขนาดใหญ่ขึ้น 
  3. หลุมยุบจากการพังถล่ม (Collapse Sinkhole) 
    เป็นหลุมยุบที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน เมื่อเพดานของโพรงหรือถ้ำใต้ดินไม่สามารถรับน้ำหนักของดินหรือสิ่งก่อสร้างด้านบนได้อีกต่อไป จึงพังถล่มลงมา หลุมยุบประเภทนี้มักมีขอบหลุมชัน ลึก และก่อให้เกิดความเสียหายรุนแรงในระยะเวลาอันสั้น โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชนหรือเขตเมือง 

อย่างไรก็ตาม หลุมยุบไม่ได้เกิดเฉพาะในพื้นที่ที่มีแต่หินละลายน้ำได้เท่านั้น ในบริเวณที่เป็นชั้นดินเหนียวหนาก็สามารถเกิดปรากฏการณ์นี้ได้เช่นกัน โดยดินเหนียวมีคุณสมบัติอุ้มน้ำและเปลี่ยนแปลงความแข็งแรงตามปริมาณความชื้น เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงระดับน้ำใต้ดินอย่างรวดเร็ว ดินเหนียวอาจสูญเสียความมั่นคงและไม่สามารถรับน้ำหนักของชั้นดินด้านบนได้ นอกจากนี้ หากใต้ชั้นดินเหนียวมี โพรง” เมื่อเวลาผ่านไป โพรงเหล่านี้จะขยายตัวมากขึ้น จนกระทั่งโครงสร้างดินด้านบนเกิดการพังทลายลงอย่างฉับพลัน ส่งผลให้เกิดหลุมยุบบนผิวดิน แม้พื้นที่นั้นจะไม่ได้มีหินปูนหรือหินที่ละลายน้ำได้ก็ตาม 

ส่องปัจจัยที่ทำให้เกิดหลุมยุบภายในเมือง

แม้คำนิยามจะบอกว่า หลุมยุบเป็นธรณีพิบัติภัยที่เกิดขึ้นในธรรมชาติ แต่กิจกรรมของมนุษย์ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดหลุมยุบได้เช่นกัน โดยเฉพาะในเมืองที่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานยังไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งส่งผลให้ชั้นดินถูกรบกวนอยู่บ่อยครั้ง จึงอาจกล่าวได้ว่า ตัวการที่ทำให้เกิดหลุมยุบในเมืองประกอบไปด้วย ปัจจัย นั่นคือ ปัจจัยทางกายภาพของเมือง” และ ปัจจัยจากกิจกรรมของมนุษย์”  

ปัจจัยทางกายภาพของเมือง

สำหรับกรุงเทพฯ ปัญหาหลุมยุบไม่ได้ขึ้นอยู่กับกิจกรรมของมนุษย์เพียงอย่างเดียว หากยังเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับปัจจัยด้านธรณีวิทยาด้วย นั่นคือ ดินเหนียวกรุงเทพฯ” นั่นเอง 

ดินเหนียวกรุงเทพ หรือที่เรียกกันว่า Bangkok Clay เป็นคำที่ใช้เรียกชั้นดินเหนียวเนื้อนิ่ม สีเทา ซึ่งเป็นตะกอนชั้นบนสุดที่ปกคลุมพื้นที่ราบลุ่มภาคกลางตอนล่างของประเทศไทย หรือที่มักเรียกว่า ที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ครอบคลุมพื้นที่หลายจังหวัด ตั้งแต่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นครนายก ฉะเชิงเทราสมุทรปราการ สมุทรสาคร รวมทั้งกรุงเทพฯ และจังหวัดปริมณฑลอื่น มีลักษณะเป็นดินตะกอนที่เกิดจากกระบวนการทับถมในเขตสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ อนุภาคดินถูกพัดพามาจากลำน้ำสู่ทะเล ก่อนจะถูกน้ำทะเลหนุนกลับเข้ามาและตกตะกอนซ้ำ ส่งผลให้เกิดชั้นดินเหนียวอ่อนที่มีลักษณะเฉพาะและคุณสมบัติแตกต่างกันตามความลึกของชั้นดิน ดังนี้ 

  • ชั้นเปลือกดิน (Crust) ประมาณ 0–2 เมตร 
    เป็นชั้นดินเหนียวบนสุดที่ผ่านกระบวนการผุพัง การชะล้าง และการยึดประสานของเม็ดดิน ทำให้มีค่าความชื้นต่ำกว่าชั้นล่างและมีความแข็งแรงมากกว่า 
  • ชั้นดินเหนียวอ่อนมาก (Soft Clay) ประมาณ 7–15 เมตร 
    เป็นชั้นดินที่มีความอ่อนตัวสูง อุ้มน้ำมาก รับน้ำหนักได้น้อย และมีบทบาทสำคัญต่อปัญหาการทรุดตัวของพื้นดินในกรุงเทพฯ 
  • ชั้นดินเหนียวแข็ง (Stiff Clay) ประมาณ 15–24 เมตรขึ้นไป 
    เป็นชั้นดินที่มีความแน่นและมีกำลังรับแรงสูงกว่าชั้นดินเหนียวอ่อน และจะพบต่อเนื่องลงไปจนถึงบริเวณที่เริ่มเจอชั้นทรายชั้นแรก 

ด้วยลักษณะและคุณสมบัติของดินเหนียวกรุงเทพมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดหลุมยุบในเมืองโดยตรง โดยเฉพาะชั้นดินเหนียวอ่อนมากที่สามารถอุ้มน้ำได้ดี แต่รับน้ำหนักได้น้อยและเปลี่ยนรูปได้ง่าย หากเปรียบให้เห็นภาพ ดินเหนียวกรุงเทพก็คล้าย ฟองน้ำ” ที่ดูดซับน้ำไว้ภายใน เมื่อมีน้ำไหลเข้าออกอยู่ตลอด ไม่ว่าจะจากฝน การรั่วของท่อ หรือการระบายน้ำใต้ดิน ฟองน้ำนี้จะค่อย ๆ อ่อนตัวและสูญเสียความแข็งแรงไปโดยที่เราไม่รู้สึกจากผิวดิน 

ในขณะเดียวกัน น้ำที่ไหลผ่านชั้นดินยังพัดพาตะกอนออกไป โดยเฉพาะบริเวณที่มีชั้นทรายหรือช่องว่างอยู่ด้านล่าง เมื่อดินใต้พื้นผิวค่อย ๆ หายไป จะเกิดพื้นที่อ่อนหรือโพรงสะสมอยู่ด้านล่าง และเมื่อถึงจุดหนึ่ง ผิวดินด้านบนที่ดูเหมือนแข็งแรงก็อาจยุบตัวลงกลายเป็นหลุมยุบได้อย่างไม่ทันตั้งตัว 

หลุมยุบคืออะไร | ที่มาภาพ NATION PHOTO

ปัจจัยจากกิจกรรมของมนุษย์

เมื่อวิเคราะห์เหตุการณ์หลุมยุบในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่หลายแห่ง จะพบว่า กิจกรรมของมนุษย์” เป็นตัวเร่งสำคัญที่ทำให้กลไกทางธรรมชาติทำงานเร็วและรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีชั้นดินเหนียวอ่อนรองรับอยู่แล้ว ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ 

  • การรั่วแตกของท่อประปาและท่อระบายน้ำ ท่อสาธารณูปโภคที่มีอายุการใช้งานยาวนานหรือก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน อาจเกิดการชำรุดโดยที่เราไม่ทันสังเกต เนื่องจากท่อเหล่านี้มักอยู่ใต้พื้นดิน เมื่อเกิดการแตกรั่ว น้ำที่ไหลออกมาอย่างต่อเนื่องจะซึมลงสู่ชั้นดิน ทำให้ดินค่อย ๆ ถูกชะล้างออกไป เกิดเป็นโพรงใต้ผิวดิน เมื่อโครงสร้างด้านบนรับน้ำหนักไม่ไหว ดินจึงทรุดตัวลงไป
    ตัวอย่างเหตุการณ์ : ถนนยุบบริเวณแยกเกษะโกมล ถนนนครไชยศรี เขตดุสิต วันที่ ตุลาคม 2567 ซึ่งมีการคาดว่า เกิดจากแนวท่อประปาที่อยู่ใต้สะพานแตก ทำให้น้ำชะล้างคันดินใต้สะพานออกมาและไหลไปในคลอง จนทำให้คอสะพานทรุดตัว 
  • งานก่อสร้างและการขุดเจาะใต้ดิน การก่อสร้างอาคารสูง รถไฟฟ้าใต้ดิน อุโมงค์ งานเดินสายไฟ หรือการวางระบบสาธารณูปโภคใหม่ ล้วนต้องมีการขุดเปิดหน้าดิน หากการถมกลับและการบดอัดดินไม่แน่นเพียงพอ จะเกิดช่องว่างสะสมอยู่ใต้พื้นผิว ประกอบกับแรงสั่นสะเทือนจากการจราจรหรือการใช้งานพื้นที่ อาจเร่งให้ดินทรุดตัวและกลายเป็นหลุมยุบในอนาคต 
    ตัวอย่างเหตุการณ์ : หลุมยุบหน้าวัดบ่อ ตลาดปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี คาดว่าเกิดจากงานก่อสร้างโครงการร้อยสายไฟข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีการขุดดินและทรายออกมาเป็นจำนวนมาก แต่ถมกลับไม่เพียงพอ ทำให้พื้นผิวถนนยุบตัวเนื่องจากมีน้ำซึมจากแม่น้ำเจ้าพระยา 
  • การเปลี่ยนแปลงระบบระบายน้ำและพื้นผิวเมือง เมืองที่มีพื้นผิวคอนกรีตปกคลุมพื้นดิน ทำให้น้ำฝนไม่สามารถซึมลงดินตามธรรมชาติ แต่จะไหลรวมสู่ท่อระบายน้ำอย่างรวดเร็ว หากระบบระบายน้ำไม่มีประสิทธิภาพ อาจเกิดการเอ่อล้นหรือรั่วซึมลงใต้ดินแบบเฉพาะจุด ซึ่งจะเพิ่มแรงกัดเซาะดินใต้ผิวถนน 
    ตัวอย่างเหตุการณ์ : ถนนแจ้งวัฒนะยุบตัว บริเวณหน้า Health Land จังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2565 สาเหตุคาดว่าเกิดจากฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายวัน ทำให้เกิดน้ำท่วมขังเนื่องจากระบายไม่ทัน ทำให้ดินและทรายไหลไปกับน้ำฝน และเกิดการทรุดตัวเป็นโพรงขนาดใหญ่ในที่สุด 
  • น้ำหนักจากสิ่งปลูกสร้างบนพื้นดิน อาคารสูง ถนนคอนกรีต และโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่เพิ่มแรงกดทับลงบนชั้นดินเหนียวอ่อนซึ่งมีคุณสมบัติเปลี่ยนรูปได้ง่าย นอกจากนี้ หากพื้นดินมีโพรงสะสมอยู่แล้ว น้ำหนักจากสิ่งปลูกสร้างก็จะยิ่งเป็นตัวกระตุ้นให้ผิวดินยุบตัวเร็วขึ้น แม้ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลจะยังไม่มีเหตุการณ์หลุมยุบที่เกิดจากภาระน้ำหนักสิ่งปลูกสร้างบนพื้นดินโดยตรง แต่สาเหตุนี้ก็เป็นปัจจัยส่งเสริมสำคัญที่เปรียบเสมือนตัวเร่งปฏิกิริยาทำให้เกิดหลุมยุบในเมือง 

ถอดบทเรียนถนนยุบสามเสน

เหตุถนนทรุดตัวเป็นหลุมขนาดใหญ่บนถนนสามเสน บริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาลและสถานีตำรวจนครบาลสามเสน เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 นับเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความตื่นตระหนกและเกิดการตั้งคำถามต่อความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานในเขตเมืองชั้นใน เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นตรงจุดก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินวชิรพยาบาล โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ซึ่งเชื่อมต่อกับอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดินสองอุโมงค์ โดยลักษณะการทรุดตัวกินพื้นที่กว้างและลุกลามเข้าไปถึงเขตโรงพยาบาล ใกล้อาคารผู้ป่วยนอก สะท้อนถึงความรุนแรงและความซับซ้อนของปัญหา 

ตลอดวันเกิดเหตุยังพบการสไลด์ตัวของดินหลายครั้ง ทั้งบริเวณปล่องบ่อพักของการไฟฟ้า และพื้นที่ใต้สถานีตำรวจนครบาลสามเสน จนเกิดโพรงใต้โครงสร้างอาคาร แสดงให้เห็นว่าการทรุดตัวไม่ได้เกิดขึ้นแบบฉับพลันเพียงครั้งเดียว แต่เป็นกระบวนการต่อเนื่องของการเคลื่อนตัวของมวลดิน มีนักวิชาการชี้ให้เห็นว่า น้ำ” เป็นปัจจัยสำคัญ โดย ดร.สนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Sonthi Kotchawat ว่า การรั่วซึมของน้ำจากการก่อสร้างและท่อประปาขนาดใหญ่ที่แตก ทำให้น้ำไหลลงสู่ชั้นดินและพัดพาเนื้อดินไหลเข้าไปในพื้นที่ใต้ดิน จนนำไปสู่การเกิดหลุมยุบขนาดใหญ่ 

ขณะที่ รศ.ดร.ฐิรวัตร บุญญะฐี อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวบีบีซีไทย โดยวิเคราะห์จากลักษณะการพังถล่มว่า ดินได้ไหลเข้าไปในอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดิน โดยเฉพาะบริเวณรอยต่อระหว่างอุโมงค์กับตัวสถานี ซึ่งอาจเป็นจุดอ่อนทางโครงสร้าง เมื่อเกิดช่องว่าง ดินโดยรอบจึงไหลเข้าสู่โถงสถานีใต้ดินซึ่งมีขนาดใหญ่ ยิ่งดินไหลเข้าไปมากเท่าใด ด้านบนและรอบนอกก็ยิ่งสูญเสียการรองรับจนกลายเป็นหลุมยุบที่ขยายตัวมากขึ้นเรื่อย ๆ 

จากกรณีถนนยุบสามเสน จึงอาจสรุปได้ว่า สาเหตุไม่ได้เกิดจากลักษณะทางธรรมชาติเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากทั้งสภาพธรณีวิทยาในพื้นที่เมืองที่มีชั้นดินอ่อนและผลกระทบจากกิจกรรมของมนุษย์ โดยเฉพาะการก่อสร้างโครงสร้างขนาดใหญ่ใต้ดินและการจัดการน้ำที่ไม่รัดกุม เหตุการณ์นี้จึงเป็นบทเรียนสำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการออกแบบ ก่อสร้าง และติดตามความเสี่ยงทางธรณีเทคนิคอย่างรอบคอบ เพื่อป้องกันอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในอนาคต 

 

หลุมยุบในกรุงเทพและปริมณฑลมักเกิดจากสาเหตุทางธรณีวิทยาอย่าง “ดินเหนียวกรุงเทพ” ร่วมกับ กิจกรรมของมนุษย | ที่มาภาพ สำนักข่าวไทยรัฐออนไลน์

ในมุมมองของทีม UrbanFlip เหตุการณ์ถนนทรุดไม่ใช่แค่ปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไขเฉพาะจุด แต่เป็นโอกาสให้เราได้ทบทวนการพัฒนาเมืองในภาพใหญ่ กรุงเทพฯ กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งการสร้างรถไฟฟ้า อาคาร และโครงสร้างพื้นฐานใหม่ ๆ ซึ่งล้วนช่วยให้การใช้ชีวิตของเราสะดวกขึ้น แต่ขณะเดียวกัน เมืองก็ยังมีข้อจำกัดทางธรรมชาติที่ต้องทำความเข้าใจและดูแลอย่างใกล้ชิด การวางแผนและก่อสร้างจึงควรคำนึงถึงปัจจัยทางพื้นที่และความปลอดภัยไปพร้อม ๆ กัน หากการพัฒนาเมืองมีการออกแบบอย่างรอบคอบ เมืองที่เราอยู่ก็จะไม่เพียงแค่ทันสมัย แต่ยังน่าอยู่และปลอดภัยสำหรับทุกคนด้วย 

อ้างอิง

Writer & Photographer

Picture of Chirapha Muenrit

Chirapha Muenrit

RESEARCH ASSISTANT
Picture of Nonthiya Namrak

Nonthiya Namrak

Junior graphic designer, urban researcher, tarot reader, and author (sometimes writing, sometimes throwing...?_?)—blending creativity to craft stories that resonate and explore life’s deeper layers through diverse mediums.

Hours

Monday—Friday

09:00 am — 17:00 pm

23/85 Ladprao Alley, Ladprao Road, Chankasem, Chatuchak, Bangkok, Thailand 10900. info@urbanflipth.com

Share this:

Like this:

Like Loading…

Discover more from Urbanflip

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading